その花びらにくちづけを ミカエルの乙女たち by ゆりんゆりん
สปอยล์ฉบับภาษาไทยโดย satoru.exteen.com

เกมนี้ชื่อ Sono Hanabira ni Kuchizuke wo ภาค Michael no Otometachi  ซึ่งเป็นภาคที่ 11 เป็นภาคแรกที่เปลี่ยนชื่อจากโดจินเซอร์เคิล Fuguriya มาเป็น Yurin Yurin ที่เป็นแบรนด์ที่เน้นทำเกมยูริ  โดยภาคนี้นำตัวละครจากภาคเก่าทุกตัว รวม 5 คู่มารวมในภาคเดียว โดยมีศูนย์กลางคือตัวละคร(คู่)ใหม่ อ่านเรื่องย่อแต่ละภาคได้ที่ その花びらにくちづけを

ตอนเก่า ๆ | part 1 | part 2 | part3  
 
หมายเหตุ จะพิมพ์เป็น ตัวเอียง ตรงที่เป็นเจ้าของบล็อกสรุปเอง ตั้งใจว่าจะพยายามย่อตรงที่มันยืด ๆ หน่อย ถ้าไม่มีตัวเอียงแปลว่าเป็นความคิดของตัวละครริสะในเรื่องเน้อ 
_____________________________________

บทที่ 4 : วัน ๆ อันแสนหดหู่ของมิยะ


กริ่งบอกเวลาเลิกเรียนดังขึ้น


"…..ตายจริง ป่านนี้แล้วเหรอเนี่ย"

วันหนึ่งวันก็ได้สิ้นสุดลง สุดท้ายวันนี้ก็ไม่ได้ไปเข้าเรียน

กระเป๋าเองก็ถูกหยิบออกมาตรงนี้ ออกมา Atelier โดยที่ไม่ได้กลับห้องเรียนแม้แต่น้อย


"ถ้าไม่รีบกลับก่อนเดี๋ยว่คุณหัวหน้าผู้มุ่งมั่นจะมาล่ะนะ"

พอต้องเผชิญหน้ากัน เธอคนนั้นก็จะโต้ตอบมาเป็นฉาก ๆ เลยอย่างกับ...


"คิก ๆ อย่างกับสัตว์ตัวน้อย ๆ เลย"


พอพูดถึงเธอคนนั้นแล้ว ใบหน้าแบบนั้นมันหมายความว่ายังไงนะ?

หน้าแดงแบบนั้นคงเป็นเพราะโกรธสินะ

ลักษณะแบบนั้นถ้าให้เดาก็เป็นแบบนั้น



"คุณหนูมิยะ ยินดีต้อนรับกลับมาครับท่าน"

"………."


ทุกครั้งก่อนพ้นประตูโรงเรียน จะมีรถมารับตามคำสั่งของคุณแม่

ถึงที่มิคาโจจะเต็มไปด้วยพวกมีฐานะ แต่ภาพแบบนี้ก็ถือว่าไม่ค่อยคุ้นตาอยู่

แบบนี้ก็เลยลงท้ายด้วยเป็นที่สนใจท่ามกลางมหาชน ซึ่งดูท่าจะสนุกกันด้วย

พอแบบนี้แค่เข้าไปในรถก็หมดเรื่องหมดราว


"…..ถึงจะไม่ดีแต่วันนี้ฉันขอเดินกลับเองนะ"

"…..รับทราบครับ คุณหนูมิยะไปดีมาดีนะครับ อย่างไรก็อย่ากลับช้ามากนะครับ"

"อื้ม…เข้าใจแล้ว"


จากนั้นก็เริ่มลงเดินต่อโดยทิ้งรถไว้

คนขับรถเองก็พอจะรู้นิสัยของฉันดี เวลาแบบนี้มักจะแอบตามมาด้วย


ยังไงก็ตาม วันนี้ก็คงต้องตรงกลับบ้านเลยสินะ


"พอได้อยู่ตัวคนเดียวแบบนี้รู้สึกสงบจิตใจ......"

แบบนี้แล้วได้คิดเรื่องต่าง ๆ นานาออกมา

"ระยะทางจนถึงบ้านแบบนี้ ช่วยให้ครุ่นคิดอะไรได้ดีจังนะ"


ฤดูกาลที่เย็นลงหน่อย

เย็นแบบนี้ซะจนทำให้หัวปลอดโปร่ง

ทำให้ฉันได้ก้าวเดินต่อไปเรื่อย ๆ อย่างมีชีวิตชีวา


จู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ระหว่างเดิน นี่เราใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนอันปราศจากสิ่งพิเศษใด ๆ มามากกว่าครึ่งปีแล้วสินะ

"เรียนเอย โรงเรียนเอย ว่ากันตามตรงจะเป็นยังไงก็ช่าง....."


จนป่านนี้จะให้ร่ำเรียนจากบุคคลมันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย

หนังสือเรียนที่อ่านผ่านตามาแล้วหนหนึ่ง ก็จำทั้งหมดได้ในหัวหมดแล้วด้วย

"ไม่ชอบแบบนี้เลย...ไม่อยากไป ไม่ได้รู้สึกดีเลยด้วย......."


ต่อให้มาถึง ก็ไม่เข้าห้องเรียนหรอกนะ

ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยที่ Atelier ที่พบเจอโดยบังเอิญแค่เพียงลำพัง


"ก็เท่านั้น....."


ถึงไม่เข้าเรียนแต่ยังที่จะมาโรงเรียน เพราะอยากมีที่ที่จะไปเหรอ?

ถึงไม่สนใจเรื่องการพบเจอ แต่มีเพื่อนที่อยากพบหา?


หรือว่า...

"เพราะมีริสะซัง...อยู่เหรอ...?


ในหัว มีแต่ภาพของเธอคนนั้นเต็มไปหมดราวกับเป็นเรื่องปกติ


"คิดอะไรของเราอยู่เนี่ยเรา..."


--- FLASHBACK ----


"ในที่สุดเจอตัวซะที~! มาโดดเรียนอยู่นี่เอง"

"อ้าว…เธออีกแล้วเหรอ?"

"มันคำพูดของทางนี้ต่างหากล่ะ ทำไมถึงได้หนีเรียนแบบนี้ทุกวันทุกวันกันล่ะหา?"

"นั่นมัน..."

"นั่นมันอะไร?"

"ดูจากที่ตามหาตัวฉันแล้ว ทำให้เห็นว่าริสะซังเนี่ยเป็นคนตั้งใจขยันขันแข็งจังนะ"

"เอ๋?"

"…ล้อเล่นน่ะ"

"ให้ตายเถอะ ให้ตายสิ แกล้งคนอื่นเล่นมันตลกยังไงยะ?"

"ก็ตรงทีหลอกให้ตายใจแบบนี้ล่ะมั้งนะ.... คิกๆ"

"อะ…อะไรกันยะ--!"

 

--- กลับมาปัจจุบัน ---


จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น

ถึงเป็นมิคาโจ ก็คงจะมีคนแบบนั้นอยู่บ้าง

เพิ่งรู้สึกตัวว่ามีเพียงคนเดียวที่เข้ามาพัวพันในชีวิต

ซึ่งก็คือ...หัวหน้าห้อง อาซามิ ริสะ


"เพราะปะทะกันตรง ๆ  เลยรู้สึกทำให้หลงใหลสักอย่างล่ะนะ....."

"เพราะมีเธออยู่ ทำให้ได้รับรู้ความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึกมาจนถึงตอนนี้ล่ะนะ"


ถึงจะมีแต่สร้างปัญหา แต่ก็ไม่ได้เป็นศัตรูกัน

จะบอกว่าอิจฉาก็คงไม่ใช่อารมณ์นี้

หรือว่า...นี่คือความเป็นเพื่อน?


"…….."


พอนึกคำพูดที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองออก ก็เผลอหยุดเดินโดยไม่ตั้งใจ


"ฉันอยากเป็นอะไรกับเธอคนนั้นกันแน่นะ”

"นึก ๆ แล้วก็แกล้งหยอกล้อบ้าง หรือไม่ก็อยากพูดจากวน ๆ ใส่บ้างล่ะ"


ในหัวตอนนี้ กำลังทบทวนถึงความสัมพันธ์ของพวกเราจนถึงตอนนี้

ฉันก็เอาแต่พูดข่มเธอคนนั้นตลอด แล้วเธอคนนั้นก็มักจะรู้สึกเจ็บใจ เป็นแบบนี้ตลอด


"หรือว่าฉัน...แค่อยากแกล้งเธอคนนั้นเหรอ?"


ถึงจะเป็นคำพูดของตัวเอง รู้สึกไม่ค่อยกระจ่างเท่าไหร่

ไม่ใช่อยากแกล้ง แต่อยากสร้างสายสัมพันธ์ให้มากขึนกว่านี้


"เพราะมักถูกพูดว่าเป็นอัจฉริยะ ตัวเองที่เป็นแบบนี้เลยยิ่งหาคำตอบแบบใจเย็น ๆ ไม่ได้เลย....ช่างน่าเศร้าจังนะ"

ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะคิดหาคำตอบกี่ที ก็มีแต่คำตอบง่าย ๆ ตลอด


"เฮ้อ….ยากยิ่งกว่าการสอบไหน ๆ ซะอีก....โจทย์นี้น่ะ"

 
 
 
อ่านต่อ Part 5

_____________________________________

15/06/2013 ไดอิ้งแมสเซจจาก satoru
 
พาร์ทหน้าตัวละครใหม่โผล่... XD

Comment

Comment:

Tweet

"เฮ้อ….ยากยิ่งกว่าการสอบไหน ๆ ซะอีก....โจทย์นี้น่ะ"
กรี๊ดดมาก แปลได้โดนใจอย่างแรงค่ะ
เค้าเรียกโจทย์รักค่ะท่านมิยะ ฮ่าๆๆๆๆ

#3 By fernrOreo (103.7.57.18|223.204.173.96) on 2013-06-15 12:16

ลองถามหัวใจตัวเองสิจ๊ะ มิยะแล้วจะรู้คำตอบเอง 
แหม่ มิยะ ;w;

#1 By NOBELZFiXT4 ` on 2013-06-15 11:39