その花びらにくちづけを ミカエルの乙女たち by ゆりんゆりん
สปอยล์ฉบับภาษาไทยโดย satoru@satoru.exteen.com

เกมนี้ชื่อ Sono Hanabira ni Kuchizuke wo ภาค Michael no Otometachi  ซึ่งเป็นภาคที่ 11 เป็นภาคแรกที่เปลี่ยนชื่อจากโดจินเซอร์เคิล Fuguriya มาเป็น Yurin Yurin ที่เป็นแบรนด์ที่เน้นทำเกมยูริ  โดยภาคนี้นำตัวละครจากภาคเก่าทุกตัว รวม 5 คู่มารวมในภาคเดียว โดยมีศูนย์กลางคือตัวละคร(คู่)ใหม่ อ่านเรื่องย่อแต่ละภาคได้ที่ その花びらにくちづけを

_____________________________________

บทที่ 1 : ริสะกับมิยะ

“อิ่มแล้วนะคะ”

ตอนพักกลางวัน พอข้าวในกล่องหมด ฉันก็รีบลุกทันที
ถึงการรีบกินแบบนี้ มันจะไม่ดีต่อระบบย่อยอาหารก็เถอะ
แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะพักกลางวันมันสั้นแค่นี้ล่ะนะ

เพียงเล็กน้อย อาจไม่ได้ทำให้มันเร็วขึ้นเท่าไหร่

ก่อนอื่นต้องไม่ลืมบอกกล่าวกันก่อน ไม่ได้คิดจะเดินออกจากห้องเรียนไปขณะที่เพื่อนร่วมชั้นกำลังสนุกสนานกับมื้อกลางวันอย่างไม่เร่งรีบหรอกนะ

“ฉันมีธุระที่ต้องทำต่อจากนี้ เพราะงั้นขอตัวก่อนนะ“

“อ้าว ริสะซัง วันนี้มีประชุมคณะกรรมการตอนเที่ยงงั้นเหรอ?“

“คะ...ความจริง...คือ...“

ถูกเพ่งเล็งถามจากเพื่อนร่วมชั้นที่ทานข้าวด้วยกัน
มีความรู้สึกว่าถ้าถูกถามกลับมาอีกรอบ ต้องไปสายยิ่งกว่าเดิมอีกแน่

ทำยังไงดี จะบอกยังไงดีล่ะ

ทั้ง ๆ ที่รีบแท้ ๆ...

“...ไม่ใช่จ้ะ วันนี้ไม่ได้มีประชุมกรรมการหรอกจ้ะ อันนี้ธุระส่วนตัวน่ะ...”

พอตอบกลับไปแบบนี้ หนึ่งในเพื่อนร่วมชั้นก็ยิ้มออกมาแบบรู้ทัน

“เอ เมื่อกี้นี้มิยะซังเพิ่งออกไปนี่นา”

”ใฃ่ จะว่าไปแล้วก็จริงด้วยเนอะ ฮุๆๆ ริสะซังจะไปตามมิยะซังสินะจ๊ะ”

”มะ...ไม่ใช่นะ ไม่ใช่อะไรแบบนั้นซะหน่อย...”

พอได้ยินชื่อมิยะก็ตัวฉันรู้สึกปั่นป่วน

”ก็ริสะซังเอาแต่ห่วงเรื่องของมิยะซังอยู่ตลอดนี่นา”

”ดูสนิทสนมกันดีจังเลยน้า”

”ก็บอกว่าไม่ใช่แบบนั้น...”

[ริสะก็พยายามแก้ต่างก็ไม่เป็นผล ริสะเลยพยายามปลีกตัวออกมา พอเดินออกจากห้องเรียนไปก็มีเสียงเพื่อนร่วมห้องตะโกน “พยายามเข้าน้า~” จากข้างหลัง]

“เฮ้อ... เป็นแบบนี้ทุกที ลำบากชะมัด...”

ถูกทุกคนเข้าใจผิดไปแล้วเรียบร้อย

ที่จริงฉัน...

“มะ...ไม่ได้ออกไปตามเพราะชอบซะหน่อย...ที่ทำมาถึงขนาดนี้ก็เพราะทำหน้าที่ของกรรมการห้องต่างหาก”

ไม่ได้พูดบอกใคร เพียงแต่พึมกับตัวเองเท่านั้น

จากนั้นฉันเริ่มเดินทั่วโรงเรียน เพื่อตามหา อายาเสะ มิยะ

ที่นี่คือ โรงเรียนสตรีเซนต์มิคาเอล หรือที่เรียกกันว่า มิคาโจ
ก็ตามชื่อนั่นแหละ เป็นสวนของเหล่าหญิงสาวที่ชุมนุมกันโดยมีพระผู้เป็นเจ้าคอยคุ้มครอง

ที่นี่น่ะ อบรมให้มีความอ่อนหวานเรียบร้อย บริสุทธิ์ผุดผ่อง มาตั้งแต่สมัยก่อน การอุทิศตนแด่พระผู้เป็นเจ้าและทุ่มเทในการเรียนในทุก ๆ วันนั้นคือความเชื่อของหญิงสาวทุกคน

ที่นี่เลยเป็นที่มีแต่ลูกผู้ดี แต่ท่ามกลางสวนดอกไม้เหล่านี้ ก็ยังมีตัวฉัน อาซึมิ ริสะ ที่จนถึงตอนนี้ยังคงต้องเอาพยายามตัวรอดในการใช้ชีวิตประจำวันอยู่

ถึงจะพูดเอาเองก็เถอะ แต่ทั้งนิสัย ทั้งการทำอะไรจริงจัง ทั้งพยายามทำอะไรให้ถึงที่สุดนั้นคือสิ่งที่ฉันชอบทำล่ะ
ด้วยเหตุนี้ผลลัพธ์ที่ได้ก็มักตามคาด รวมถึงผลการเรียนก็ออกมาดี

มนุษยสัมพันธ์ก็ปกติดี เติบโตมาแบบคนปกติทั่วไป เวลาใครมาไหว้วานอะไรก็ไม่ได้มีท่าทีเกลียด
ทุ่มเทเวลาไปกับการช่วยเหลือของคนรอบข้าง รู้สึกสนุกกับการที่ตัวเองได้เป็นผู้นำ

ตัวฉันที่เป็นแบบนี้ก็เลยได้เป็นกรรมการห้องในช่วงมัธยมปลายอย่างรวดเร็ว
ไม่ได้ถูกรับเลือก เพียงแต่เสนอตัวเองต่างหาก

ทุก ๆ วันที่ผ่านไปแบบนี้ ถือว่าเป็นชีวิตวัยเรียนที่ไร้ขวากหนามก็ว่าได้
ยกเว้นไว้อยู่อย่าง ซึ่งก็คือ...

“ฮะ...แฮ่ก... จะ...เจอตัวจนได้นะ...”

บันได ดาดฟ้า ห้องสมุด สนาม เดินทางนู้นทางนี้จนทั่วแล้ว ในที่สุดฉันก็บรรลุเป้าหมายในการตามหายัยนี่จนได้
มาทำอะไรที่ม้านั่งในสวนของโรงเรียนก็ไม่รู้ แต่ชั่ววูบหนึ่งที่ได้เจอยัยนี่ที่นั่งเหม่อก็รู้สึกโล่งอก

ฉันจึงเตือนตัวเองที่เผลอตัวไปชั่ววูบ

 

“ไม่ได้นะ เราจะมามัวดีใจที่เจอยัยนี่ทำไม”

ฉันเดินตรงไปหายัยนี่ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเข้มงวดแบบทุกที

“นี่ มิยะซัง วันนี้ก็คิดจะโดดเรียนอีกใช่มั้ย?”

“…………”

ชั่วขณะหนึ่งที่ดวงตางดงามคู่นี้จ้องมาที่ฉัน

แล้วก็เอาแต่เงียบแบบนี้

 

“อย่าเอาแต่เงียบแบบนี้สิ นี่....มันกี่ครั้งกี่หน เธอคิดจะทำอะไรของเธอน่ะ”

“.................”

“เดี๋ยวสิ มิยะซัง”

พอเริ่มขึ้นเสียง ยัยนั่นก็เหลือบกลับมาซะที

“......ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเธอนี่นา”

“ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย ฉันเป็นกรรมการห้องนะ เพราะงั้นจะให้ปล่อยคนอย่างเธอไว้เฉยๆ ไม่ได้หรอกนะ”

“น่ารำคาญซะจริงเลยนะ ริสะซังน่ะ.... ฮุๆๆ”

“อะ....อึ่ก...”

หัวเราะแล้ว

มิยะซังที่มองหน้าฉันตอนนี้ หัวเราะออกมาแล้วดูสดใส
ปกติตอนอยู่ในห้องเรียน ไม่เคยเห็นแสดงสีหน้าออกมามากขนาดนี้

“นี่ จะหาว่าฉันงี่เง่าเรอะไง”

 “อ้าว ไม่ใช่นะ นี่ตั้งใจจะชมต่างหาก”

ดูไม่เห็นเป็นแบบนั้นสักนิด
คำพูดของฉันกลับกลายเป็นเรื่องขำๆ ไปซะได้

ไม่ชอบเอาซะเลย

ชีวิตวัยเรียนของฉัน มีแค่ยัยนี่คนเดียวที่ไม่เป็นไปตามที่คิด
หากเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับเพื่อนร่วมชั้น ก็ต้องเกี่ยวข้องกับ อายาเสะ มิยะ

ฉันเป็นคนที่พยายามมาตลอด แต่ยัยนี่ตรงข้ามทุกอย่าง
เป็นประเภทที่อัจฉริยะ คะแนนก็ออกมาดีเยี่ยม
และไม่ว่าจะอะไร ก็ทำได้ดีตลอด

อาจจะเป็นที่ 1 ในชั้นปี... ไม่สิ ที่ 1 ในมิคาโจ ในด้านหัวกะทิก็ได้มั้ง...



ยิ่งกว่านั้น เป็นคนที่สวยมากด้วย......
ตอนที่เห็นครั้งในห้องเรียน ฉันเองก็ยังลุ่มหลงไปกับความสวยนี้
ถ้ามองแบบนี้ ก็เป็นผู้นำของห้องได้เลย

แต่ทั้ง ๆ ที่เธอเหมาะสมทุกอย่างแท้ ๆ
กลับโดดเรียน กิจกรรมก็ไม่เคยเข้าร่วม แม้กระทั่งเพื่อนก็ไม่หาเลย
เพราะเหตุนี้ก็เลยอยู่คนเดียวตลอด

สำหรับที่มิคาโจนี่ถือว่าแปลก น่าจะเพราะไม่เคยมีเด็กมีปัญหาแบบนี้มาก่อน
กรรมการห้อง ก็ทำได้แค่จับตาดูห่าง ๆ เท่าที่จะทำได้...

สำหรับฉันที่ไฟในการทำงานติดแล้ว ก็รู้สึกว่าปล่อยเธอคนนี้ไว้คนเดียวไม่ได้ เลยคอยเฝ้าระวังมาตลอด
เพราะงั้นก็เลยสังเกต เผื่อจะได้ค้นเจอปัญหาที่เธอคนนี้มีอยู่ในใจ

วันนี้ก็เช่นกัน ไม่เข้าใจว่าจะจ้องทำไมตั้งหลายที แถมยังจ้องต่อไม่หยุดอีก

“ยังไงก็เถอะ วันนี้มาเรียนคาบบ่ายเถอะนะ มิยะซัง”

“............”

อีกครั้ง ที่ไม่มีการตอบสนองใด ๆ
ไม่จริงน่า หรือว่าตั้งใจจะโดดเรียนอีกแล้ว

 

“เดี๋ยวสิ มิยะซัง ฟังที่ฉันพูดอยู่รึเปล่าเนี่ย?”

“จ้ะ ริสะซังเป็นคนที่ตั้งใจขยันขันแข็งดีจังเลยนะ”

“เอ้อ ถูกเธอชมแบบนี้ รู้สึกไม่เชื่อหูยังไม่รู้”

ทั้งที่ฉันพยายามทั้งเท่าไหร่ ก็ยังไม่ได้เท่าผลลัพธ์ของยัยนี่เลยด้วยซ้ำ

“อ้าว งั้นเหรอ”

“อื้ม ตามนั้นแหละ”

 

ดูเหมือนมิยะจะครุ่นคิดอะไรอยู่ แล้วก็เงยหน้าขึ้นมา

“.......ถ้าเธอคิดแบบนั้นก็ตามใจ”

“ยังไงก็พยายามเข้านะ ริสะซังหัวหน้าห้องผู้ขยันขันแข็ง”

“เอ๋!? เดี๋ยวสิมิยะซัง คิดจะหนีหรือไง?”

“............คิก”

ตอนที่มิยะซังหนีจากตรงนี้ ได้ยินเสียงหัวเราะอยู่หน่อยนึง
ให้ตายเถอะ อุตส่าห์เจอตัวแล้ว

“รอเดี๋ยวสิ....... อ๊ะ!”

รองเท้าหนังสะดุด

“กรี๊ดดดด... ไม่นะะะ!?”

พอล้มแล้วหลับตาปี๋

“เฮ้อ... อ้าว?”


“............”

พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นหน้ามิยะอยู่ตรงหน้า

ตัวฉันที่ล้ม ได้มิยะมาสวมกอดช่วยไว้พอดี

พอถูกใครสักคนมาสวมกอด จนถึงตอนนี้ทำให้รู้สึกอบอุ่น และโล่งใจ

...ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้นะ ตัวฉัน

“หวา....ขะ...ขอโทษ”

ฉันขอโทษมิยะ

ฉะ...ฉันทำอะไรเนี่ย

เย็นเข้าใจ เย็นไว้ก่อน เฮ้อๆ


“คะ...คือว่า”

“.......”

เวลาแบบนี้พูดอะไรออกไปดี

ในหัวมันตื้อไปหมด คิดอะไรไม่ออกแล้ว

ได้แต่สั่น

หยุดความตื่นเต้นไว้แทบไม่อยู่

[ข้อนี้ตอบช้อยส์ 2 : เพราะอยากให้มิยะกอดนานๆหน่อย Undecided]

 

“เฮ้อ...”

ไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับร่างกายที่ร้อนผ่าวไปหมด

ทั้งอับอายสุดๆ แน่นหน้าอก...ร้อนแบบไม่มีสาเหตุ

อยากอยู่อย่างนี้อีกนิด...ฉันรู้สึกเช่นนั้น

“คือว่าริสะซัง”

“ฮะ...เฮ้อ...”

“เราจะอยู่อย่างนี้ถึงเมื่อไหร่?”

“...!?”

คำพูดที่เหมือนสะกิดฉันให้รู้สึกตัวจากภวังค์ที่มีต่อมิยะซัง

“เฮ้อ...”

ไม่ไหวแล้ว ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจจะพามิยะซังกลับห้องเรียนแท้ ๆ
ฉันไม่สามารถพูดอะไรออกไป ในขณะที่มิยะซังเดินไปในทิศทางที่ต้องข้ามกับห้องเรียน

“เฮ้อ...”

ขอเพียงแค่นี้แล้วไปเลย
ขอเพียงได้พูดคำนี้คำเดียวเท่านั้น

“นี่ ริสะซัง”

“อะ...อะไร...?”

“เธอนี่...ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นมากเลยล่ะ”

“!?”

เสียงหัวใจเต้นดังและรุนแรง
ร่างของมิยะซังที่เดินจากไป ค่อย ๆ ให้เห็นเล็กลง

“อะ...อะไรเล่า.. อะไรของเธอน่ะ'”

ข้างในตัวฉันที่ถูกเติมเต็มนั้น ไม่รู้ว่าใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าเสียงที่สั่นนั้นถึงจะหยุด

 

อ่านต่อ part2

_____________________________________

10/05/2013 ไดอิ้งแมสเซจจาก satoru
     ไม่ได้แปลอะไรเป็นจริงเป็นจังนานมาก สกิลการลดฮวบ (จากที่ไม่ค่อยมี...) ไฟมอดตามไปด้วย กว่าจะเข็นตัวเองออกมาอัพบล็อกได้... ถ้าใครติดตามแฟนเพจ SatoruExteen (โฆษณาเนียนๆ) ก็พอจะรู้ว่าช่วงปีที่แล้วที่ผ่านมาจนถึงเดือนมีนาเพิ่งจะหมดเวรหมดกรรมกับ Thesis ไป และหลังจากนั้นก็ไปบ้าไอดอล (AKB48) แล้วช่วงนี้ติด Attack on Titan อยู่ด้วย อ่านถึงตอนล่าสุดแล้ว 555
 
     ไม่รับประกันว่าจะเข็นพาร์ท 2 เร็ว ๆ นี้มั้ย (ไม่ได้แปลสักตัวอักษร) เอ้อ พาร์ทหน้าก็เริ่มเข้าสู่ช่วง Best Couple แล้ว ไม่เนิบๆ แบบพาร์ทนี้แน่นอน ตัวละครใหม่ก็จะโผล่มา เอาง่ายๆ เลย ถ้าพาร์ท 2 มาไม่ทันวันที่ 16 ก็รออีกทีหลัง 26 พฤษภานู่น เพราะไปหนีไทยไปเที่ยวญี่ปุ่น 17-26 พฤษภาฮะ อาจจะหาของมาฝากเล็กๆน้อยๆ ติดไม้ติดมือไว้สุ่มแจกแฟนเพจแต่ดูงบก่อน...
 Tongue out

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ผมเนื้อเรื่องคู่นี้น้ำเน่าจ๋ามากเลยนะ นางเอกพยายามแล้วพยายามอีกยังได้แค่ระดับดี ส่วนนายเอก(?)เป็นอัจฉริยะที่ไม่ต้องทำอะไรก็ออกมาเลิศซะทุกอย่าง แล้วอารมณ์ของคนอัจฉริยะที่ได้เฝ้ามองคนธรรมดาพยายามแทบเป็นแทบตายแล้วก็เลยหลงไหลอยากได้มาครอบครอง.....อาห์ #ฟินแปป

#1 By Puen Soodjai (103.7.57.18|101.109.133.135) on 2013-05-10 01:04

ผมว่า*

#2 By Puen Soodjai (103.7.57.18|101.109.133.135) on 2013-05-10 01:04

#1 คู่นี้ซึนกันน่ารักมากเลย   
พอเข้าช่วง Best Couple แล้วจะมันส์

#3 By サトル [[ I'm satoru. ]] on 2013-05-10 01:08

เอ๊ย รอบนี่ไม่มีฉาก*ปี๊บ(เพราะเพิ่งเริ่มเรื่องสินะ ฮา)... Attack on Titanนีมีคู่ยูริจริงป่าวคะ...หรือแค่จิ้นได้ในระดับนาโนเฟท(แต่งงานมีลูกคงไม่ใช่แค่แล้ว)<<<จากใน"...irkx" หุหุหุ

#4 By fernrOreo (103.7.57.18|171.100.182.72) on 2013-05-10 19:59

#4 อ่านจนถึงล่าสุดยังหาคู่จิ้นไม่เจอเล้ยยย orz

#5 By サトル [[ I'm satoru. ]] on 2013-05-11 21:32

ริสะซึนเว่อ ๆ น่ารักมากคู่นีึ้้ ฮาาาาา
ขอบคุณที่แปลนะคะ ><

#6 By NOBELZFiXT4 ` on 2013-05-12 16:39

#7 By อย่ากดูอะ (118.175.168.248|118.175.168.248) on 2014-03-11 20:03