ประเด็นความรู้สึกต่างๆใน"รักแห่งสยาม" (Spoil)
posted on 24 Nov 2007 19:49 by satoru in Movie>> entryนี้ ควรดูภาพยนตร์นี้ก่อน ไม่เช่นนั้นอาจเสียอรรถรสในการดูหนังได้ <<
สปอยล์รุนแรงมาก!! (เราเตือนคุณแล้ว!!)
.
.
.
.
.
.
.
ความเหงาของมิว
โต้ง...เพื่อนที่เข้าใจ
คนที่อยู่เป็นเพื่อนมิวมาตลอด เป็นทั้งเพื่อนคนสำคัญของมิว คอยปกป้องมิวจากการรุมรังแกเพราะมิวเป็นคนเงียบๆ อยู่เป็นเพื่อนเล่น ทำให้ชีวิตของมิวดูสดใสขึ้น ในแบบที่เด็กคนหนึ่งควรจะเป็น
อาม่า...คนที่มิวรักมากที่สุด
ในวัยเด็กเขาอยู่กับอาม่าซึ่งคนเดียวที่มอบความรักให้ในฐานะคนในครอบครัว เพราะเขาไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อแม่ อาม่าเป็นคนที่เข้าใจมิว ให้ความรักกับมิว เด็กที่ต้องความรักในฐานะครอบครัว ทำให้หัวใจของมิวรู้สึกอบอุ่น
การย้ายบ้านของโต้ง ทำให้มิวได้รู้จักกับการจากลาเป็นครั้งแรกกับเพื่อนคนสำคัญ
ความเหงาก็ทำร้ายมิวต่อไป...แต่แล้วสุดท้ายวันหนึ่งอาม่าคนที่ทำให้หัวใจของมิวอบอุ่น ผู้ที่คอยอยู่เคียงข้างมิวก็ได้จากมิวไป
ทำให้มิวได้รู้จักกับความเหงา ความโดดเดี่ยวที่ต้องอยู่คนเดียวอย่างแท้จริง...จนลืมไปแล้วว่า"ความรัก" เป็นอย่างไร
ชีวิตที่ไม่มีเพื่อนอย่างโต้ง ชีวิตที่ไม่มีคนในครอบครัวอย่างอาม่า มีเพียงเสียงดนตรีที่เขามาีอยู่...เท่านั้น
กระทั่งเวลาผ่านไป5ปี...ที่เขาอยู่กับความเหงา เขาตั้งคำถามกับตัวเอง
มิวบอกกับโต้งว่า "อย่างตอนเด็กๆความเหงาก็คือการไม่มีเพื่อนใช่มั้ยล่ะ แต่พอโตขึ้นความเหงามันเหี้ยกว่านั้นมาก"
"ถ้าเรารักใครมากๆ เราจะทนได้เหรอ
ถ้าวันนึงเนี่ย เราต้องเสียเค้าไป แล้วไอ้การจากลา มันก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
โต้งก็รู้ดี มันจะเป็นไปได้เหรอโต้ง ที่เราจะรักใคร โดยไม่กลัวการสูญเสีย"
การสูญเสียแตง
การไปเที่ยวเชียงใหม่ครั้งนั้นที่แตงหายตัวไป ทำให้ครอบครัวของโต้งได้พบกับจุดเปลี่ยน
กร พ่อที่อบอุ่นกลายเป็นคนที่ติดเหล้า และจมอยู่กับอดีตที่คืนกลับมาไม่ได้ เอาแต่โทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้แตงหายตัวไป จนร่างกายแย่ลง
สุนี ผู้เป็นแม่เลยกลายเป็นผู้ที่คอยค้ำจุนครอบครัว ประคับประคองดูแล แบกรับภาระทุกอย่างเอาไว้ พยายามที่จะแก้ไขให้มันดีขึ้น เธอเป็นคนที่คิดถึงความรู้สึกของครอบครัวทุกคนเสมอ
ความรักของโต้ง
โต้ง มีแฟนสาวชื่อโดนัท ซึ่งใครๆก็อิจฉาที่เขามีแฟนสวยขนาดนี้ แต่ตัวโต้งเองกลับไม่รู้สึกเ่ช่นนั้น ความรู้สึกข้างในมันบอกว่าไม่ใช่ ความรักของเขาไม่ใช่อย่างนี้ จนกระทั่งวันหนึ่งที่ได้พบกับมิวอีกครั้งที่สยาม ทำให้โต้งรู้สึกอบอุ่นใจ และมีความสุขมากขึ้น ราวกับสิ่งที่เขาค้นหา มันกำลังถูกเติมให้เต็มด้วยมิว
การพบกันอีกครั้ง และความรักของทั้งคู่
โต้งเป็นคนเดียวที่มิวเปิดใจด้วย ที่โรงเรียนแม้เพื่อนทุกคนในวง มิวก็ไม่ยอมเปิดใจ
สยาม เป็นสถานที่ที่ทำให้ทั้งสองได้พบกันอีกครั้ง ทำให้ความรู้สึกบางอย่างของมิวที่ขาดหายไปได้ถูกเติมเต็มอีกครั้ง และมากกว่าเดิม ราวกับภาพวาดที่ไ้ร้สีสันๆไม่มีการแต่งเติม ได้รับการระบายแต่งเติมให้สดใส ชีวิตของมิวดีขึ้น มิวรู้สึกอุ่นใจ หัวใจอบอุ่นเมื่อมีโต้ง และโต้งเองก็คิดแบบนั้นเช่นเดียวเหมือนกัน อย่างที่ไม่เคยคิดกับใครมาก่อน โต้งค้นหาคำตอบของหัวใจตัวเอง ซึ่งก็คือมิว เมื่อทั้งคู่รู้สึกเหมือนกัน และตอบสนองความรักให้กัน ชีวิตของทั้งคู่ก็เริ่มสดใสและมีความหมายในตัวของตัวเอง
และ...
การปรากฏตัวของจูน
เมื่อโต้งได้พบกับ"จูน"ผู้จัดการวงออกัสที่มีหน้่าตาเหมือนกับแตง พี่สาวของโต้งที่หายไป โต้งจึงวางแผนให้แม่จ้างจูนมาเป็นผู้เยียวยาจิตใจของพ่อผู้หดหู่ใจและสิ้นหวัง เพื่อทำให้ครอบครัวของเขาดีขึ้น และพ่อของเขาก็เริ่มมีความสุขขึ้นจริงๆ...
แต่สิ่งที่เยียวยาก็เป็นเพียงจิตใจ ที่เป็นละครฉากหนึ่งที่แต่งขึ้นเพื่อสร้างความสบายใจ ความสุขใจแก่กร โดยที่แตงไม่ได้กลับมาจริงๆ...
จูนได้บอกกับครอบครัวนี้ก่อนที่เธอจะไปทำสิ่งที่เธอต้องการ แล้วหายไปว่า สุดท้ายแล้วการที่จะให้ครอบครัวที่เป็นอยู่อย่างนี้กลับมาดีดังเดิมนั้นไม่ต้องมีใครมาช่วย แต่เป็นความเข้าใจกันของครอบครัวที่ให้กัน ความเอาใจใส่กันในครอบครัวก็เพียงพอที่จะเยียวยาทุกสิ่งกลับคืนมาได้...
เพลงรักของมิว
"พี่ว่าอย่างเราน่ะ แต่งเพลงรักได้ง่ายจะตาย" โจทย์เพลงรักของมิวมันยากเกินไปสำหรับคนที่ไม่มีความรู้สึกรักเลยตอนนี้ แต่แล้วหลังจากได้พบกับโต้งเขาก็ได้แต่งเพลงออกมาคือเพลง"รู้สึกบ้างไหม" ซึ่งตอบโจทย์เพลงรักที่ได้มาดีมาก และเมื่อมิวเข้าใจความรู้สึกที่มีให้โต้งมากขึ้น เขาก็เขียนเพลงรักออกมาอีกเพลง"กันและกัน" และได้ร้องในวันที่ปาร์ตี้ต้อนรับแตง(ซึ่งความจริงคือจูน)
คำพูดของสุนี และความสัมพันธ์ของมิวและโต้งหลังจากนั้น
ขณะที่ิมิวได้ร้องเพลงนั้น เขาก็ได้แสดงความรู้สึกตัวเองออกมาทางเพลง ซึ่งโต้งก็รับรู้เช่นกัน เมื่องานเลี้ยงเลิกรา...ความสัมพันธ์ที่ถลำลึกเิกินกว่าจะเป็นเพื่อนก็ชัดเจน การแลกเปลี่ยนความรู้สึกผ่านทางจูบ ในขณะที่สุนีมาเห็น วันรุ่งขึ้น สุีนีจึงไปพูดกับมิวว่า "ยุติความสัมพันธ์นี้เพื่อตัวของโต้งเองนะ มิว"
สุนีไม่ต้องการให้ลูกชายเดินไปในเส้นทางที่เธอไม่ได้วางไว้ "เมื่อเขาเรียนจบ เขาก็มีงานทำ หาเงิน แล้วแต่งงานกับผู้หญิงที่เข้ามาเป็นครอบครัวของเขา" เพราะเธอไม่ต้องการให้ครอบครัวเธอแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว ในแง่ของความรู้สึกแม่ที่ต้องแบกรักทุกอย่างเอาไว้
เมื่อสุนีจากไป... ความรู้สึกดีๆทั้งหมด หายวูบไป...ราวกับแสงสว่างในใจของมิวได้ดับมอดลง
มิวเข้าใจความรู้สึกของสุนี แต่ภายในใจมันอ้างว้างเกินกว่าจะรับได้...
และเขาก็ได้หยุดร้องเพลง...เพราะเขาไม่ร้องมันได้อีกแล้ว
ความรักของหญิง...
จากตอนแรกที่คลั่งไคล้ทำตามหนังสือว่าทำอย่างนี้จะทำให้คนที่ชอบมารัก จนกระทั่งในวันที่สุนีมาบอกให้มิวยุติความสัมพันธ์กับโต้ง ทำให้หญิงได้รู้จักกับความเจ็บปวดกับการอกหัก
แต่แล้วพอผ่านพ้นมาได้ ทำให้หญิงได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากบทเรียนที่ผ่านมา ทำให้เธอเติบโตขึ้น ซึ่งบทของหญิงเป็นอะไรที่มีพัฒนาการจากตอนแรกของเรื่องมาก
รักที่มั่นคง...กร และ สุนี
ทุกๆมื้อสุนีจะยกกับข้าวแต่ละมื้อมาให้กรทานเสมอ เมื่อหมดก็เอาไปเก็บ วันนั้นกรไม่ได้กินข้าวเช้า
"มีอะไร ลืมของเหรอ" คำพูดของกรที่พูดกับสุนี แต่ไม่มีคำตอบใดๆตอบกลับมา
เหมือนเช่นเคยกับทุกๆที สุนียกถาดของกรไป เปลี่ยนเป็นกับข้าวใหม่ๆร้อนๆของมื้อใหม่ให้กับกร
กรลุกขึ้นไปดูพบว่า กับข้าวมื้อที่แล้วนั้นสุนีเป็นคนกิน แม้ว่าข้าวจะแข็งและน้ำแกงจะเย็นชืดก็ตาม และเธอให้กรได้กินกับข้าวอุ่นๆร้อนๆ จึงกลับมาทุกครั้งในแต่ละมื้อ
แสดงให้เห็นความรักและความใส่ใจของสามีภรรยาคู่นี้ ถึงแม้กรจะสูญเสียแตงไปก็ตาม แต่สุนีก็จะอยู่เคียงข้าง เป็นห่วงกรไม่ไปไหน มั่นคงกับความรักที่มี เอาใจใส่ดูแลเสมอ...
จุดจบ...ในวันคริสต์มาส
หลังจากโต้งได้อ่านจดหมายของจูนที่ฝากทิ้งท้ายก่อนจะลาจากครอบครัวนี้ไป
โต้งได้เข้าไปช่วยแม่ติดเครื่องประดับกับต้นคริสต์มาส โต้งหยิบตุ๊กตาผู้ชาย และผู้หญิง มาและถามแม่ซ้ำไปซ้ำว่าจะติดตรงไหนดี แม่บอกว่าติดตรงไหนก็ติด ในที่สุดโต้งก็พูดออกมาว่า"โต้งกลัวติดแล้วไม่ถูกใจแม่แล้วแม่จะว่า" ซึ่งทำให้สะเทือนใจคนเป็นแม่ขึ้นมาทันที ในฉากนี้สื่อความรู้สึกหลายๆอย่าง ในที่สุดแม่ก็บอกว่าให้ทำตามที่โต้งอยากทำเป็นการยืนยันอีกที เมื่อได้ยินดังนั้นก็โต้งก็หยิบตุ๊กตาเด็กผู้ชาย ทั้งคู่ก็ยิ้มให้กัน
"เหนื่อยไหมแม่"
กลางสยามสแควร์
"เราคงไปกับโดนัทไม่ได้" โต้งบอกเลิกโดนัทอย่างจริงจังเสียที
ในขณะที่ด้านมิว หลังจากที่ได้ฟังเพลงจีนจากบ้านของหญิงซึ่งมันบอกว่า"ตราบใดที่ความรัก...ย่อมมีความหวัง" ทำให้มิวได้เริ่มจะลุกขึ้นมายืดหยัดอีกครั้ง ประกอบกับเอ็กซ์เพื่อนของเขามาปรับความเข้าใจเรื่องของวง มิวก็ได้ยืนหยัดขึ้นมาจับไมค์ร้องเพลงได้อีกครั้ง ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ซึ่งทุกคนในวงก็เ้ข้าใจและยอมรับในตัวเขา และเล่นคอนเสิร์ตอย่างเต็มที่
หญิงที่เจอโต้งก็พาโต้งไปดูมิวร้องเพลง มิวก็เห็นโต้งมาดูก็ดีใจ เมื่อจบเพลง โต้งเป็นจูงมือหญิงและจะเดินไปหามิว หญิงกลับเป็นฝ่ายปล่อยมือจากโต้ง เพราะเธอได้เรียนรู้หลายๆอย่างจากความรัก
คำพูดเมื่อโต้งได้พูดกับมิวคำแรก...
"ขอโทษนะมิวเราคงเป็นแฟนมิวไม่ได้...
...แต่ไม่ได้หมายความเราไม่ได้รักมิวนะ"
พร้อมกับจมูกของตุ๊กตาของขวัญจากโต้งที่ขาดไปในวัยเด็ก ชิ้นส่วนที่หายไปได้ถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์
"ขอบคุณนะ" และมิวก็ยิ้มให้โต้ง
จากนั้นมิวก็กลับไปพร้อมกับเพื่อนๆในวงที่รอเขาอยู่ ไม่มีอะไรค้างคาใจอีกแล้ว
ฉากสุดท้ายของเรื่อง... มิวได้ร้องไห้คนเดียวในห้อง ถึงจะไม่ได้อยู่ในฐานะคนรัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้รัก
มิวรู้สึกดีใจที่โต้งยังจำเรื่องราวสมัยเด็กได้ และเอาใจใส่เขาเสมอมาไม่เปลี่ยน ถึงแม้ต่อจากนี้เขาจะต้องเผชิญอะไรก็ตาม แม้ทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร... แต่เขาก็ต้องเดินต่อไป
ภาพยนตร์นี้... แด่สำหรับผู้ที่มีความรักทุกคนอยู่ในใจ
กับความรักหลากหลายรูปแบบที่มีแง่คิดและความเป็นดราม่าสูง ที่ใ้ห้คุณได้สัมผัส
นอกจากประเด็นที่พูดในentryนี้แล้ว ยังมีอะไรให้น่าค้นหาอีกอยู่... กับ..."รักแห่งสยาม"
Credit เพิ่มเติม... เรื่องคำพูดในบ้านมิว@Pantip
#1 By ภูมิ (125.24.221.217) on 2007-11-25 15:17